หน้ารวมกลุ่มเว็บบอร์ด > บอร์ดคนรักสุขภาพ ป้องกันโรค > โรคส่าไข้ หัดดอกกุหลาบ

โรคส่าไข้ หัดดอกกุหลาบ


โรคส่าไข้  หัดดอกุหลาบ

โรคหรืออาการที่เกิดขึ้นในเด็กนั้น บางชนิดมีอาการที่คล้ายคลึง จนทำให้คุณพ่อคุณแม่กังวลไปกับอาการที่เกิดขึ้นของลูกน้อย คือ โรคส่าไข้มีลักษณะอาการที่คล้ายคลึงกับโรคหัด หรืออีสุกอีใส เป็นโรคที่ถือว่าพบบ่อยในเด็กเล็กตั้งแต่ 6-15 เดือน...
 
แต่อย่าเพิ่งกังวลไปค่ะ เพราะโรคนี้เป็นเองหายเอง เพียงแต่ระหว่างที่เป็นคุณพ่อคุณแม่ต้องดูแลลูกน้อยอย่างดี เพราะอาจจะเกิดอาการแทรกซ้อนเกิดขึ้น เช่น อาการชักเพราะไข้สูงเกิดนั้นเองค่ะ
 

รับมือส่าไข้

*เมื่อลูกมีไข้ควรหมั่นเช็ดตัวลูกบ่อยครั้งอย่างเบามือ

: เพราะโรคส่าไข้จะทำให้เด็กมีอาการไข้สูง อาจสูงได้ 40องศาเซลเซียส ซึ่งเด็กบางคนอาจมีโอกาสชักได้ถึง 10-15%

* ให้ลูกจิบน้ำบ่อยครั้ง

: เพื่อลดอุณหภูมิความร้อนในร่างกายลง

* รับประทานยาลดไข้ ยาลดน้ำมูก ตามอาการป่วยที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น

: ควรเป็นยาที่คุณหมอแนะนำ ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง

* หากลูกงอแง คุณพ่อคุณแม่อาจจะอุ้มเดิน ลูบที่หลังเบาๆ อย่าดุหรือตวาดเพราะจะยิ่งทำให้ลูกไม่สบายใจและงอแงเพิ่มขึ้นไปอีก

: ควรอยู่กับลูกตลอดเวลา ไม่ควรปล่อยให้เป็นหน้าทีพี่เลี้ยง เพราะการได้ใกล้ชิดพ่อแม่จะทำให้ลูกสบายใจขึ้น

* ผื่นจะเกิดขึ้นหลังวันที่ไข้ลดประมาณวันที่3-5นั้น คุณพ่อคุณแม่ไม่จำเป็นต้องทายา ทาแป้ง หรือถูแรงเพื่อให้ผื่นหายเร็วๆ อาจจะทำให้ผิวบางๆ ของลูกอักเสบ ควรเช็ดตัวอย่างเบามือเช่นเคยค่ะ

:ผื่นจากส่าไข้จะไม่ทำให้ลูกน้อยคันแต่อย่างใด แต่หากลูกคันอาจจะเกิดจากสาเหตุอื่น ซึ่งควรพบคุณหมอจะดีกว่า 

Concern:

ปกติโรคส่าไข้หากผื่นขึ้นแล้วอาการของไข้จะค่อยลดลง แต่หากผื่นขึ้นจนจะจางหายแล้วลูกยังมีไข้สูงอยู่ อาจจะไม่ใช่โรคส่าไข้แล้วจึงควรรีบพบคุณหมอด่วนที่สุดเลยค่ะ 

รู้จักส่าไข้ในวันที่ยังไม่เป็น

ส่าไข้ เป็นโรคติดเชื้อชนิดหนึ่ง สาเหตุส่วนใหญ่มาจากเชื้อไวรัสกลุ่ม Human Herpesvirus Type 6(HHV 6) โรคนี้มีชื่อทางการแพทย์ว่า Roseolar Infantum(หัดดอกกุหลาบ) หรือExantham Subitum หรือ Sixth Disease (เพราะเป็นโรคที่จะมีผื่นขึ้นประมาณวันที่6ของโรคส่าไข้) สามารถติดต่อกันได้ทางการหายใจ ไอหรือจามรดกัน อาการส่าไข้บางคนอาจจะมีน้ำมูกไหล เจ็บคอ รับประทานอาหารได้น้อย

ส่าไข้จะมีอาการไข้ประมาณ 3-5วัน แล้วอาการไข้จะลดลงประมาณ12-24 ชั่วโมง หลังไข้ลดจะมีผื่นตุ่มแดงเล็กๆ ขนาด 2-5 มิลลิเมตร สีออกแดงชมพูคล้ายสีดอกกุหลาบ(จึงเรียกอีกชื่อว่า Roseolar มาจาก Rose ที่แปลว่าดอกกุหลาบ) เริ่มขึ้นตั้งแต่บริเวณช่วงลำตัว จากนั้นจะลามไปที่ คอ หน้า และต้นแขนต้นขา โดยอาการผื่นจะเป็นประมาณ 1-3 วันแล้วจะจางหายไปเองโดยไม่มีรอยดำหรือแผลเป็นใดๆ

ดูอย่างไรส่าไข้ต่างจากหัดเยอรมันและอีสุกอีใส

* หากลูกน้อยเป็นโรคหัด ในวันที่4 ของอาการไข้ ลูกน้อยจะมีผื่นขึ้น มีอาการไอที่รุนแรงมากกว่า โดยผื่นจะเริ่มขึ้นบริเวณหน้าก่อน ลามมาตามตัวไปจนถึงขา เมื่อผื่นถึงขาแล้วไข้จึงจะลด และหลังผื่นหายอาจจะมีรอยดำจางๆ ขณะที่ส่าไข้จะไม่เหลือรอยจางใดๆ ที่ผิวลูกน้อย

* ลักษณะตุ่มหนองหรือตุ่มใส คืออาการของโรคอีสุกอีใส และหากมีตุ่มหนองก็ควรรีบพบคุณหมอ เพราอาจจะเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดรุนแรง ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้

ฝากไว้นิดค่ะว่าจริงแล้วไม่ว่าลูกน้อยจะป่วยด้วยโรคใดหรือมีอาการเช่นใด การจะให้ลูกน้อยก้าวผ่านอาการต่างๆไปให้ได้นั้น อยู่ที่สติของพ่อแม่เป็นหลักในการรับมือกับสิ่งต่างๆที่จะเกิดขึ้นกับลูกน้อยนะคะ

Modern Mom’s Tips:

หากลูกมีอาการชักคุณพ่อคุณแม่ควรจับนอนตะแคงหน้าเพื่อป้องกันการสำลัก ไม่จำเป็นต้องหาช้อนหรืออะไรมางัดปากนะคะ เพราะอาจจะทำให้ฟันหักได้ รีบเช็ดตัวลดไข้แล้วนำส่งพบคุณหมอด้วยที่สุดค่ะ



ผู้ตั้งกระทู้ โรคส่าไข้ หัดดอกกุหลาบ :: วันที่ลงประกาศ 2010-10-30 13:02:22 IP : 118.172.40.193


[1]

ความเห็นที่ 1 (3257317)

HIDRASEC ยาแก้ท้องเสียสำหรับเด็ก


ชื่อการค้า (Brand name) :  HIDRASECâ



ชื่อสามัญ (Generic name) :  Racecadotril 10 mg.



กลุ่มของยา (Classification) : Pure intestinal antisecretory agentรู



ปแบบ (Dosage form) : ผงแกรนนูลละเอียดบรรจุซอง  ขนาด 10 mg



ยากลุ่มเดียวกันที่มีใน รพ. : ไม่มี



ประเภทของยาในบัญชี รพ. : NED (3)



ขนาดยาที่ใช้ (Dosage) :  



ทารกอายุ 1 -9 เดือน   เริ่มต้นการรักษาด้วยการรับประทาน 10 มก. ทันที และ 10 มก.ผสมน้ำกินหลังอาหารเช้า-เย็น ทุกๆ 8 ชั่วโมง


ทารกอายุ 9 -36 เดือน เริ่มต้นการรักษาด้วยการรับประทาน 20 มก. ทันที และ 20 มก. ทุกๆ 8 ชั่วโมง


ข้อบ่งใช้ของยา (Indications):



ใช้สำหรับรักษาอาการท้องเสียชนิดเฉียบพลันในทารกอายุตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไปคำแนะนำผู้ป่วย : ไม่มีคำแนะนำพิเศษข้อห้ามใช้ (Contraindication) :  



ในผู้ป่วยที่แพ้ส่วนประกอบของยา, racecadotrilข้อควรระวัง : การใช้ในสตรีมีครรภ์และสตรีในระยะให้นมบุตร



อาการไม่พึงประสงค์(Adverse Drug Reactions) :



ระหว่างการทดลองทางคลินิกพบรายงานการเกิดการง่วงซึมได้บ้าง พบอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก ปวดศีรษะอาการข้างเคียงที่พบไม่รุนแรงนอกจากนี้ความรุนแรงของอาการข้างเคียงและความถี่ที่เกิดขึ้นจะเท่ากับที่พบได้จากรายงานอาการข้างเคียงที่เกิดจากการใช้ยาหลอก (placebo)ปฏิกิริยากับยาตัวอื่น (Drug Interactions) : ยังไม่มีข้อมูล



ข้อเปรียบเทียบกับยาเดิม :  ไม่มี



เงื่อนไขการสั่งใช้เป็นพิเศษ : ไม่ระบุ


 

ผู้แสดงความคิดเห็น ยาแก้ท้องเสียเด็ก วันที่ตอบ 2010-10-30 16:49:04 IP : 124.122.63.193


ความเห็นที่ 2 (3257320)

BIoflor 250 Sachet เป็นยา ช่วยเพิ่มแบดทีเลียตัวดี ที่ยาค่าเชื้อในลำใส้ทำรายทั้งหมดเชื้อดีและเลว ทำให้รายกายขาด

Probiotic  คือ จุลินทรีย์ที่มีชีวิต (live micyoorganism) และมีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ ค้นพบในปี 1908 โดย Metochnikoff จากการที่ได้สังเกตว่าคนที่กินนมเปรี้ยวเป็นประจำมักจะมีสุขภาพดีกว่าและอายุยืนกว่าผู้ที่ไม่กิน ซึ่งในนมเปรี้ยวมีจุลินทรีย์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Lactobacillus bulgaricus ได้มีการศึกษาวิจัยหลายงานวิจัยในประเทศแถบยุโรป พบว่า จุลินทรีย์  Probiotic  สามารถรักษาการติดเชื้อในลำไส้ได้เร็วขึ้น แต่มีงานวิจัยในประเทศอื่นๆ พบว่า ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เช่น จากการศึกษาในประเทศเปรูและอินเดียพบว่าจุลินทรีย์ ดังกล่าว ไม่มีผลต่อการรักษาแต่อย่างใด เช่นกัน

จากข้อมูลการศึกษาหลายๆผลการศึกษาดังกล่าว ได้มีข้อสรุปเกี่ยวกับประโยชน์ของการรักษาการติดเชื้อในลำไส้ในผู้ป่วยเด็กด้วย Probiotics ดังนี้

-         สามารถรักษาหายเร็วขึ้น 1 วัน แต่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

-         ต้องให้ในขนาดที่สูง ( > 1010  CFUS)

-         มักได้ผลในกลุ่มที่มีการติดเชื้อไวรัสในทางเดินอาหาร

แต่ข้อมูลสนับสนุนการรักษาดังกล่าวมักเป็นในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วเท่านั้น นอกจากนี้ได้มีการศึกษาเกี่ยวการใช้ จุลินทรีย์ Probiotic ในการรักษาอาการท้องผูกพบว่า  สามารถช่วยเพิ่มการเคลื่อนตัวของลำไส้ในเด็กทำให้ถ่ายง่ายขึ้นได้ แต่ก็ไม่ทุกการศึกษาที่ทำการทดลอง

ชนิดของ Probiotic มี 2 ชนิดที่มีขายในประเทศไทยคือ

1.)         Infloran 1 cap ประกอบด้วย 109  Lactobacillus acidophilus และ 109    Bifidobacterium bifidum

2.)         Bioflor 1 sachet : 250 Mg Saccharomyces boulardii

 

ดังนั้นการใช้จุลินทรีย์ Probiotic ในการรักษาการติดเชื้อในลำไส้เด็กก็คงต้องมีการศึกษากันอีกต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่แน่นอนกว่านี้ การใช้จุลินทรีย์ Probiotic ดังกล่าวในการรักษาก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์เป็นรายๆไปค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ฺbioflor 250 sachet วันที่ตอบ 2010-10-30 17:00:32 IP : 124.122.63.193


ความเห็นที่ 3 (3257321)

ยาลดไขสำหรับเด็ก Teppra drop

ทำไมถึงเป็นไข้
      ไข้เป็นอาการที่บ่งบอกถึงความเจ็บป่วยหรือเกิดการติดเชื้อขึ้นภายในร่างกาย เป็นกระบวนการต่อสู้ทางธรรมชาติ เกิดการหลั่งสารก่อไข้ ส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ทำให้เชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียที่ไวต่ออุณหภูมิที่สูงขึ้นนี้ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ดี จึงพบว่าเวลามีไข้มักเกิดอาการหนาวสั่น ซึ่งการสั่นของกล้ามเนื้อทำให้มีการสร้างความร้อนออกมา มือและเท้าเย็น เนื่องจากหลอดเลือดที่ผิวหนังเกิดการหดตัวเพื่อกักเก็บความร้อนไว้นั่นเอง ต่อมาเมื่อความเจ็บป่วยทุเลาลง อาการไข้ก็จะลดลงและหายไปเองในที่สุด ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดไข้โดยทั่วไป มักมาจาก การติดเชื้อหรือการอักเสบที่กล่าวไว้แล้วข้างต้น การได้รับวัคซีนก็เป็นอีกสาเหตุที่ก่อให้เกิดไข้ได้เช่นกัน ดังนั้น ผู้ปกครองจะสังเกตเห็นว่าเมื่อลูกได้รับวัคซีน แพทย์มักจะจ่ายยาลดไข้ให้ด้วยเสมอ สาเหตุอื่นๆที่อาจทำให้เป็นไข้ เช่น ภาวะการขาดน้ำ ดื่มน้ำน้อย การตากแดดเป็นเวลานาน เป็นต้น

 

เมื่อไรถึงจะเรียกว่ามีไข้
     ปกติร่างกายของคนเราจะมีอุณหภูมิประมาณ 36.5 – 37.5 °C ดังนั้น หากอุณหภูมิร่างกายสูงกว่านี้แสดงว่ามีไข้ ปัจจุบันปรอทวัดไข้มีหลายรูปแบบ และวัดที่ตำแหน่งต่างกัน ทั้งนี้การวัดไข้คนละตำแหน่งจะได้อุณหภูมิที่แตกต่างกัน เช่น การวัดทางทวารหนักอุณหภูมิจะสูงกว่าการวัดทางรักแร้ เนื่องจากการวัดทางรักแร้เป็นการวัดภายนอกร่างกายแต่การวัดทางทวารหนักเป็นการวัดภายในร่างกาย ดังนั้น การวัดอุณหภูมิที่ถือว่าอยู่ในระดับที่มีไข้นั้น เมื่อวัดในตำแหน่งต่างๆ จะได้ดังนี้

ทางปากหรือในหู มากกว่า 37.8  °C
ทางรักแร้ มากกว่า 37.2 °C
ทางทวารหนัก มากกว่า 38 °C

     ทั้งนี้ การใช้แผ่นวัดโดยการทาบที่หน้าผาก หรือการใช้ความรู้สึกจากมือสัมผัส อาจจะบอกได้เมื่อมีไข้สูงเท่านั้น แต่ในกรณีที่มีไข้เล็กน้อยจะคลาดเคลื่อนได้

 

ทำอย่างไรเมื่อเด็กเริ่มมีไข้
     การปฏิบัติที่ผู้ปกครองต้องทำเพื่อลดไข้เป็นอันดับแรก คือ การเช็ดตัวเพื่อทำการลดอุณหภูมิร่างกายลง ควรเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่น อย่าใช้น้ำเย็นหรือน้ำแข็งเช็ดตัว เพราะทำให้หลอดเลือดหดตัว ระบายความร้อนออกยากและยังทำให้เกิดอาการหนาวสั่น ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นได้อีก ควรเช็ดที่ศีรษะ และลำตัวส่วนที่ร้อนโดยเน้นบริเวณที่เป็นข้อพับต่างๆ เช่น ซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ เพื่อให้ไข้ลดลงได้เร็วขึ้น อย่าให้เด็กใส่เสื้อผ้าหนา และไม่ควรห่อหรือห่มผ้ามาก เพราะความร้อนจะไม่สามารถระบายออกได้ และควรให้เด็กดื่มน้ำมากๆ เพราะเมื่อมีไข้ ร่างกายจะขาดน้ำมากกว่าปกติ

 

ยาลดไข้...สำหรับลูกน้อย
     หลังจากเช็ดตัวแล้ว หากไข้ยังไม่ลดลงควรพิจารณาให้ยาลดไข้ควบคู่ไปด้วย ยาลดไข้ที่นิยมใช้กันทั่วไป คือ Paracetamol ซึ่งมีหลายรูปแบบ อาทิ ยาน้ำเชื่อม ยาน้ำเชื่อมชนิดแขวนตะกอน ยาน้ำเชื่อมเข้มข้นแบบหยด และยาเม็ดสำหรับเด็ก โดยยาแต่ละชนิดจะมีความเข้มข้นของปริมาณตัวยาแตกต่างกัน

 

รูปแบบ ตัวอย่างยาในรพ.บำรุงราษฎร์ ความเข้มข้น
ยาน้ำเชื่อมเข้มข้นแบบหยด Tempra drop, Tylenol drop 10 mg/ 0.1 ml
ยาน้ำเชื่อมและยาน้ำเชื่อมแขวนตะกอน Tempra, Calpol, Hypotemp
Tempra Forte, Calpol Forte
120 mg/ 5 ml
250 mg/ 5 ml
ยาเม็ดสำหรับเด็ก Paracetamol   325 mg

     ส่วนยาอีกชนิดที่นิยมใช้เพื่อลดไข้ คือ ตัวยา Ibuprofen หรือ Nurofen® 100 mg/ 5 ml จัดเป็นยาที่อยู่ในกลุ่มแก้ปวดแก้อักเสบ มีฤทธิ์ลดไข้ได้ดี แต่มีฤทธิ์ข้างเคียงที่สำคัญ คือ ระคายเคืองกระเพาะอาหาร จึงควรรับประทานยาหลังอาหารทันที ขณะที่ Paracetamol จะให้ก่อนหรือหลังอาหารก็ได้


การคำนวณขนาดยาลดไข้
      การให้ยาในเด็กต้องคำนึงถึงน้ำหนักตัวเป็นสำคัญ สำหรับ Paracetamol ขนาดยาที่เหมาะสม คือ 10 –15 mg/kg/dose ทุก 4-6 ชั่วโมง เช่น เด็กหนัก 10 kg ปริมาณยาที่ควรได้รับคือ 100-150 mg จากนั้นคำนวณเทียบ กลับไปเป็นปริมาณมิลลิลิตร ดังตัวอย่าง (คิดจากปริมาณยา 100 mg)


Tempra drop(10 mg/ 0.1 ml)   ขนาดที่ควรได้รับ   คือ  0.1 ml
Tempra syrup(120 mg/ 5 ml)  ขนาดที่ควรได้รับ   คือ      4 ml
Tempra Forte(250 mg/ 5 ml)  ขนาดที่ควรได้รับ    คือ     2 ml


      จะเห็นได้ว่า ยายี่ห้อเดียวกัน แต่ความเข้มข้นไม่เท่ากัน การคำนวณปริมาณยาที่ได้จะไม่เท่ากันด้วย เช่น Tempra drop มีความเข้มข้นของตัวยามากกว่าตำรับอื่น ปริมาณที่ให้จึงน้อยมากเพียง 0.1 ml ดังนั้น การให้ยาเด็กแต่ละครั้ง ผู้ปกครองควรพิจารณาถึงความเข้มข้นของยา และน้ำหนักตัวของเด็กควบคู่ไปด้วย
      ส่วน Ibuprofen ขนาดยาที่เหมาะสมเท่ากับหรือใกล้เคียงกับ Paracetamol คือ 5 –10 mg/kg/dose ทุก 6 ชั่วโมง อย่างไรก็ตามสำหรับ Ibuprofen ผู้ปกครองไม่ควรซื้อให้เด็กรับประทานเอง ควรสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น


ควรพาเด็กไปพบแพทย์เมื่อใด
       โดยทั่วไปเมื่อเช็ดตัวและให้ยาลดไข้แล้ว ไข้จะลดและหายไปเองภายใน 3-4 วัน แต่หากไข้ยังไม่ลด รวมถึงมีอาการอื่นๆร่วมด้วย เช่น ซึม เบื่ออาหารมาก อาเจียนหรือท้องเสียหลายครั้ง ไอ หายใจหอบเหนื่อย เกร็งชัก หรืออาการต่างๆที่แสดงถึงความผิดปกติ ให้รีบนำเด็กไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจเพื่อหาสาเหตุต่อไป

 

FAQs
Q: อุณหภูมิเท่าใดถึงจัดว่าเป็นไข้สูง และควรให้ยาลดไข้ชนิดใด
A: เมื่อมีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 39 °C และควรรีบเช็ดตัวพร้อมให้ยาลดไข้ทันที เนื่องจากอาจเกิดอาการชักตามมาได้ ซึ่งพบได้บ่อยในเด็กอายุ 3 เดือนถึง 6 ปี ส่วนยาลดไข้ที่นิยมใช้ในไข้สูง คือ Ibuprofen เนื่องจากมีฤทธิ์ลดการอักเสบด้วย โดยให้ซ้ำได้ทุก 6 ชั่วโมง อาจให้เพียงชนิดเดียวหรือให้ร่วมกับ Paracetamol ทุก 4-6 ชั่วโมง สลับกันไปก็ได้ จนกว่าไข้จะลด
Q: ยาลดไข้ Ibuprofen ต้องให้หลังอาหารทันที แต่ลูกไม่ยอมทานข้าว จะทำอย่างไร
A: เนื่องจากยา Ibuprofen ระคายเคืองกระเพาะอาหาร จึงต้องให้ลูกมีอาหารรองท้องก่อน โดยไม่จำเป็นต้องเป็นข้าวหรืออาหารมื้อหลัก แต่อาจเป็นนม ขนมปัง หรือคุ้กกี้ ฯลฯ ก็ได้

ผู้แสดงความคิดเห็น ยาลดไข้เด็ก วันที่ตอบ 2010-10-30 17:04:59 IP : 124.122.63.193


ความเห็นที่ 4 (3348306)

ให้คำปรึกษาเรื่องส้วม ส้วมเต็มบ่อยๆ (ส้วมเต็มเร็ว) การกำจัดสิ่งอุดตันในท่อทุกประเภทราคาประหยัด รวดเร็ว "ไม่ต้องทุบ ไม่ต้องรื้อถอนตัวอาคาร"ให้บริการกำจัดสิ่งอุดตันทุกประเภท เพราะเรามีทีมงานที่มากด้วยประสบการณ์งานด้านนี้ครับ โทร 080-090-6140,  089-686-5904 "  ให้บริการแบบครบวงจร เราแก้ไขปัญหาท่อน้ำทิ้ง อุตตั้น ท่อน้ำทิ้งไหลช้า ส้วมตัน ปัญหาส้วม ส้วมเหม็น ส้วมกดไม่ลง ลาดไม่ลง มีบริการลอกท่อ ล้างบ่อบำบัด ตามโรงงาน บริษัท อพาร์ตเม้น คอนโดมิเนียม เราบริการทั่วประเทศ ทั่วทุกภาค "รวดเร็ว ประหยัด ซื่อสัตย์ บริการทั่ว กรุงเทพฯ และ ปริมณฑล"  เราคือ sewerbkk     ขออภัยอย่างสูงหากข้อความนี้รบกวนท่าน
 
 

ผู้แสดงความคิดเห็น sewerbkk (mizu_pim-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-10-21 15:40:31 IP : 124.120.3.69



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.